สรุปกฎหมายความปลอดภัยและมาตรฐานใหม่ปี 2569

การติดตามกฎหมายความปลอดภัยฉบับใหม่เป็นภารกิจสำคัญของ จป. และผู้บริหารโรงงาน เพื่อให้การดำเนินงานสอดคล้องกับมาตรฐานสากลและข้อบังคับของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

นี่คือสรุปสาระสำคัญของ "กฎหมายความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน" ที่มีการบังคับใช้หรือมีผลต่อเนื่องมาถึงปี 2569 ครับ

สรุปกฎหมายความปลอดภัยและมาตรฐานใหม่ปี 2569

1. การยกระดับมาตรฐานการตรวจวัดสภาพแวดล้อม (New Standards)

ในปี 2569 มีการเน้นย้ำเรื่องความแม่นยำของผลตรวจวัดสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะ สารเคมีอันตราย และ ฝุ่นละออง PM 2.5 ในพื้นที่ทำงาน

  • จุดสำคัญ : สถานประกอบการต้องแสดงผลการตรวจวัดผ่านระบบออนไลน์ของกรมฯ และต้องมีแผนผังแสดงจุดเสี่ยงที่มีค่าเกินมาตรฐานอย่างชัดเจนในพื้นที่จริง

2. พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับปรับปรุงเรื่องความร้อนและแสงสว่าง)

มีการปรับปรุงเกณฑ์ค่ามาตรฐานความร้อน (Heat Stress) และความเข้มของแสงสว่างให้เหมาะสมกับประเภทกิจการมากขึ้น

  • สิ่งที่ต้องทำ : จป. ต้องทบทวนการประเมินความเสี่ยงด้านการยศาสตร์ (Ergonomics) และสภาพแวดล้อมทางกายภาพ โดยเฉพาะกลุ่มโรงงานหลอมโลหะ หรือโรงงานที่มีการทำงานกลางแจ้ง

3. กฎกระทรวงการทำงานในที่อับอากาศ (ฉบับอัปเดต)

กฎหมายเน้นไปที่การ "ควบคุมผู้อนุญาต" และ "ผู้ควบคุมงาน" ให้มีความเข้มงวดมากขึ้น

  • สาระสำคัญ : ต้องมีการซ้อมแผนฉุกเฉินเฉพาะทางสำหรับที่อับอากาศอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และอุปกรณ์ตรวจวัดก๊าซ (Gas Detector) ต้องได้รับการ Calibration ตามรอบที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด

4. กฎหมายความปลอดภัยเกี่ยวกับ "เครนและปั้นจั่น"

มีการกำหนดให้เครื่องจักรกลุ่มปั้นจั่นต้องมีการตรวจเช็คโดยวิศวกรวิชาชีพ (ปจ.1, ปจ.2) ตามรอบที่กระชับขึ้น และพนักงานบังคับปั้นจั่นต้องผ่านการอบรมทบทวนตามหลักสูตรใหม่ที่ทันสมัย

  • จุดเปลี่ยน: การเก็บเอกสารรายงานการตรวจสอบต้องอยู่ในรูปแบบที่เรียกตรวจได้ทันที (Digital Format)

5. มาตรการเชิงป้องกันด้าน "สารเคมีและวัตถุอันตราย"

การบังคับใช้ระบบ GHS (Globally Harmonized System) อย่างเต็มรูปแบบในทุกขนาดสถานประกอบการ

  • สิ่งที่ต้องตรวจสอบ : ฉลากสารเคมีต้องเป็นภาษาไทยและตรงตามมาตรฐาน GHS รวมถึง SDS (Safety Data Sheet) ต้องเป็นฉบับปัจจุบัน (ไม่เกิน 5 ปี)

 

 แนวทางการปรับตัวสำหรับ จป. และสถานประกอบการ

 

หัวข้อ สิ่งที่ต้องรีบดำเนินการ


การตรวจวัด ตรวจสอบรอบการวัดแสง เสียง ความร้อน ให้เป็นไปตามรอบปี 2569

การฝึกอบรม อัปเดตหลักสูตรอบรมภายในให้ครอบคลุมกฎหมายใหม่ โดยเฉพาะเรื่องสารเคมีและที่สูง

ระบบเอกสาร เปลี่ยนการเก็บรายงานความปลอดภัย (เช่น สอ.1, สอ.2) ให้อยู่ในระบบ Cloud หรือ Digital เพื่อความรวดเร็ว

PPE ตรวจสอบอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลว่าได้รับมาตรฐาน มอก. หรือ ANSI/CE ฉบับล่าสุดหรือไม่

 ข้อควรระวัง

บทลงโทษของการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัยในปัจจุบันมีความเข้มงวดขึ้น ทั้งโทษปรับและโทษจำคุกสำหรับผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง ดังนั้นการทำ Compliance Audit (การตรวจประเมินการปฏิบัติตามกฎหมาย) ภายในองค์กรอย่างน้อยไตรมาสละครั้งจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลยครับ

"ความปลอดภัยไม่ได้เริ่มต้นที่กฎหมาย แต่เริ่มที่จิตสำนึก... ทว่ากฎหมายคือบรรทัดฐานที่ต้องรักษา"

Visitors: 66,298